พอพูดถึง เต็นท์เช่า หลายคนก็จะนึกถึงเต็นท์แบบที่เราเอาไปใช้ในการออกค่ายหรือเที่ยวต่างจังหวัดกันซะมาก แต่ความจริงแล้วเต็นท์มีหลากหลายรูปแบบ และแต่ละแบบก็จะเหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างกันไป การทำความรู้จักเต็นท์ให้ครบถ้วนทุกรูปแบบจึงจะเป็นประโยชน์กับเรา ในเวลาที่ต้องการใช้งานจะได้มีตัวเลือกและสามารถใช้ให้ตรงกับความต้องการของเราจริงๆ ได้ เชื่ออย่างยิ่งเลยว่าเต็นท์บางประเภทหลายคนเคยเห็นแต่ไม่รู้ว่ามันคือเต็นท์ ดังนั้นเรามาดูกันก่อนเลยว่าเต็นท์มีทั้งหมดกี่รูปแบบกันแน่

เต็นท์ที่มีใช้งานในบ้านเรามีทั้งหมด 6 ประเภท ซึ่งมีลักษณะและการใช้งานดังนี้

เต็นท์ปิรามิด ราคาถูก จัดสั่งฟรี

เต็นท์ปิรามิด

1. เต็นท์ผ้าใบทรงปิรามิด

เต็นท์แบบนี้เราจะเห็นได้บ่อยตามงานออกร้านต่างๆ เป็นเหมือนซุ้มสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีเสา 4 เสา และผ้าใบบริเวณหลังคาแต่ละด้านจะเป็นรูปสามเหลี่ยมประกบเข้าหากันคล้ายทรงปิรามิด เมื่อดูโดยรวมจะสวยงามแบบเรียบง่าย ขนาดมาตรฐานก็จะอยู่ที่ 2×2 เมตร 3×3 เมตร และ 4×4 เมตร เต็นท์ทรงนี้ติดตั้งง่ายแถมไม่มีปัญหาเรื่องน้ำฝนค้างอยู่บนผ้าใบด้วย 

การใช้งาน : เต็นท์ผ้าใบทรงปิรามิดนิยมใช้กับงานออกบูธ เต็นท์ขายของ เต็นท์เพื่อเก็บสินค้า เป็นต้น

เต็นท์ผ้าใบทรงปั้นหยา

2. เต็นท์ผ้าใบทรงปั้นหยา

อันนี้เป็นเต็นท์ขนาดใหญ่ที่มีหลังคาผ้าใบเป็นปิรามิดแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้า สองด้านของหลังคาเป็นรูปสามเหลี่ยม และอีกสองด้านที่เหลือเป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมู ประกบกันเป็นปิรามิด ขนาดมาตรฐานอยู่ที่ 3×5 เมตร สูงราวๆ 2 เมตร 

การใช้งาน : เต็นท์แบบนี้เหมาะกับงานที่มีขนาดใหญ่สักหน่อย เราจะเห็นได้บ่อยกับเต็มนั่งพักของแขกตามงานต่างๆ เช่น งานบุญ งานกีฬา เป็นต้น

เต็นท์ผ้าใบทรงจั่ว

3. เต็นท์ผ้าใบทรงจั่ว

เต็นท์รูปทรงนี้ถือว่าพบเห็นไดบ่อยมากที่สุดเลย คือเป็นหลังคาผ้าใบทรงจั่วเหมือนหลังคาบ้าน มีตั้งแต่ขนาดกลางไปถึงใหญ่ แต่จะไม่นิยมใช้แบบที่หน้ากว้างมากเพราะจะมีปัญหาเต็นท์แอ่นได้ ขนาดมาตรฐานคือ 5×8 เมตร 5×10 เมตร และ 5×12 เมตร

การใช้งาน : ใช้สำหรับการจัดงานโดยเฉพาะ เช่น เต็นท์สำหรับที่นั่งพักของแขกที่มาร่วมงาน เต็นท์สำหรับร่วมกิจกรรมความบันเทิง เป็นต้น

เต็นท์ผ้าใบทรงโค้ง

4. เต็นท์ผ้าใบทรงโค้ง

เป็นเต็นท์ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีหลังคาโค้งคล้ายกับโดม เต็มแบบนี้ค่อนข้างแข็งแรงและดูหรูหรากว่าแบบปิรามิดหรือทรงจั่ว ที่แน่ๆ คือไม่มีปัญหาเรื่องน้ำขังบนหลังคาด้วย ขนาดมาตรฐานอยู่ที่ 5×8 เมตร 5×10 เมตร และ 5×12 เมตร

การใช้งาน : เต็นท์คลังสินค้า เต็นท์ติดแอร์จัดงานอีเว้นท์ เต็นท์โกดังเก็บสินค้า เป็นต้น

เต็นท์ฟูจิ ได้ทุกขนาด จัดส่งถึงที่

5. เต็นท์ผ้าใบทรงฟูจิ

หากคิดไม่ออกให้นึกถึงเต็นท์ตามงานสวนสนุกที่เราได้เห็นกันบ่อยๆ ในหนังฝรั่ง คือจะเป็นเต็นท์ทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส ที่มีหลังคาเป็นยอดกรวยแหลมขึ้นไป มีทั้งแบบพับได้และใช้วิธีประกอบเพื่อติดตั้ง ขนาดมาตรฐานอยู่ที่ 2×2 เมตร 3×3 เมตร และ 4×4 เมตร

การใช้งาน : เต็นท์จัดอีเว้นท์ขนาดย่อม เต็นท์ประชาสัมพันธ์ เป็นต้น

6. เต็นท์ผ้าใบทรงเพิงหมาแหงน

เต็นท์แบบนี้หลายคนอาจจะไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ เป็นเต็นท์แบบที่หลังคาเป็นผ้าใบลาดเอียงไปทางด้านหนึ่ง คล้ายกับบ้านที่มุมหลังคาเป็นทรงเพิงหมาแหงนนั่นเอง เต็นท์แบบนี้ค่อนข้างโปร่งและใช้เสาค้ำเต็นท์ขนาดใหญ่กว่าแบบอื่นสักหน่อย ขนาดมาตรฐานอยู่ที่ 3×4 เมตร 4×4 เมตร และ 5×4 เมตร

การใช้งาน : เต็นท์สำหรับพักของชั่วคราว เต็นท์ที่ใช้เป็นตัวเสริมเต็นท์ตัวอื่นๆ เต็นท์สำหรับจัดงานที่ต้องการช่องว่างระหว่างพื้นถึงหลังคาเต็นท์มาก เป็นต้น

นอกจากจะแยกประเภทของเต็นท์ตามรูปทรงแล้วก็ยังมีการแยกด้วยปัจจัยอื่นๆ อีก ดังนี้

เช่าเต็นท์-ติดแอร์

เต็นท์ติดแอร์ 

เต็นท์ประเภทนี้ก็คือการนำเต็นท์ผ้าใบรูปทรงที่ต้องการไปติดแอร์ด้านใน เพื่อใช้สำหรับการจัดงานกลางแจ้งและอยากให้คนที่มาร่วมงานเย็นสบาย ถึงแม้จะใช้เต็นท์ทรงไหนก็ได้แต่ที่นิยมก็จะเป็นเต็นท์ทรงโค้งแบบที่มีผ้าใบปิดด้านข้างอย่างมิดชิด เมื่อติดแอร์ด้านในแล้วก็จะมีทางเข้าออกเป็นประตูปิดเปิดได้ การติดตั้งเต็นท์แบบนี้จำเป็นต้องพึ่งพาทีมงานดูแลเต็นท์โดยเฉพาะ และจะเป็นเต็นท์ที่เคลื่อนย้ายไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องวางแผนให้ดีก่อนว่าจะติดตั้งบริเวณไหน ป้องกันความยุ่งยากที่จะเกิดตามมาในภายหลัง

เต็นท์พับได้หรือเต็นท์ยืดหด

เต็นท์แบบนี้เราจะเห็นได้เป็นประจำตามห้างสรรพสินค้า ซึ่งใช้กางเพื่อกันฝนให้กับลูกค้า ลักษณะของเต็มจะเป็นทรงโค้งคล้ายกับอุโมงค์ที่สามารถยืดออกเป็นทางยาว หรือหดให้สั้นและพับเก็บได้ ถือเป็นเต็นท์แบบที่เคลื่อนย้ายได้สะดวกที่สุด มีให้เลือกใช้ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ส่วนมากใช้เพื่อเป็นทางเดินกันแดดฝนมากกว่าอย่างอื่น แต่บางแห่งก็ใช้เพื่อเป็นเต็นท์ที่จอดรถได้เหมือนกัน

 

จะเห็นได้ว่าจริงๆ แล้วเต็นท์มีหลายรูปแบบมาก การเลือกใช้ให้เหมาะสมกับงานจะช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย และก่อให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด อย่างไรก็ตามต้องเลือกแหล่งผลิตหรือให้เช่าที่เชื่อถือได้ในความแข็งแรงของเต็นท์ และมาตรฐานของการดูแลลูกค้าด้วยเช่นกัน